Love Story

posted on 11 Jun 2009 17:01 by bambuta

 

อาทิตย์ที่ผ่านมาได้ฤกษ์หยิบซีรีส์ญี่ปุ่นแนวโรแมนติคมาดู  หลังจากที่ตะลุยดูแนวมันส์โคตรมาหลายเรื่องต่อกัน  นึกตั้งนานว่าจะดูเรื่องอะไรดีน้า ???.....ไปๆมาๆได้เรื่อง Love Story มาดู

 

เรื่องนี้ นำแสดงโดย มิโฮ นากายามา  นางเอกขวัญใจตลอดกาลที่ชอบมาตั้งแต่เด็กๆ....ดูตั้งแต่ยุคแรกๆที่มีซีรีสฺญี่ปุ่นมาฉายทางช่อง 5 .....สมัยรักต่างเลือด โพนี่เทล แด่คุณครูที่รักด้วยดวงใจ.....นู้นแน่ะ  ....โอ๊ะ!!! เริ่มหลงอดีต....กลับมาที่เรื่อง Love Story ต่อดีกว่า

 

มิโฮ รับบทเป็น มิซากิ พนักงานชั่วคราวของสำนักพิมพ์หนึ่ง โดยได้รับมอบหมายให้ไปดูแลนักเขียนนิยายขายดีสุดๆ แต่ว่าปัจจุบันเขากลับไม่มีงานออกมาตีพิมพ์อีกเลย เพราะว่าเขาไม่สามารถเขียนออกมาได้ และนักเขียนชื่อดังคนนั้นก็คือพระเอกของเรา..เอ๊ย !! พระเอกของเรื่องนั่นเอง

 

โทโยคาวะ เอสึชิ  รับบทเป็น นางาเสะ โค  นักเขียนชื่อดัง ปากร้าย ที่มิซากิต้องมาดูแล กระตุ้น หาแรงบันดาลใจ ตลอดจนวิธีการต่างๆนานา เพื่อที่จะทำให้นางาเสะเซ็นเซมีผลงานออกมาตีพิมพ์ให้ได้  

 

ครั้งแรกที่พบกัน มิซากิเดินทางไปหาพร้อมกับขนมอร่อยจากร้านๆหนึ่ง โดยได้รับคำแนะนำมาจากเพื่อนร่วมงานที่เคยทำหน้าที่นี้มาก่อน ( + แอบใส่ไฟเล็กๆ )   หาว่านางาเสะเซ็นเซของเรา ขี้โมโห เรื่องมาก...ถ้าร้านขนมที่ซื้อไปฝากไม่ถูกใจ ก็จะถูกต่อว่า... ถ้าไปชงชาให้แล้วน้ำเย็นเกินไป ก็จะถูกชาสาดใส่หน้า !!!...ถ้าไปไม่ตรงเวลาตามนัดเป๊ะๆ ก็จะมีท่าทีหงุดหงิดใส่.....

 

มิซากิไปถึงก่อนเวลา เดินไปเดินมาหน้าอพาร์ทเมนต์ของเซ็นเซเพื่อรอเวลาให้ตรงนัดเป๊ะๆ....พนักงานร้านกาแฟด้านล่างอพาร์ทเมนต์เข้าใจผิด คิดว่าเป็นแฟนคลับของนาเบโทโมะ (คาโทริ ชินโง) ก็เลยโทร.ไปตามเขาให้ลงมาเคลียร์ ก่อนที่แฟนคลับจะเชือดข้อมือหน้าร้านเขา...มิซากิต้องเสียเวลาคุย จนเลยเวลานัด...

 

เมื่อเธอขึ้นไปหาเซ็นเซ เธอก็เริ่มหวั่นๆเมื่อนึกถึงที่เพื่อนร่วมงานเคยบอก..พอเจอหน้ากันครั้งแรกมิซากิเลยเอาขนมที่ซื้อมาเป็นกันชน  เผื่อว่าจะได้ลดความหงุดหงิดลงมาบ้าง  ...พอเธอแนะนำตัวว่ามาจากสำนักพิมพ์ เพื่อมาดูแล...ก็โดนวาจาจากปากของเซ็นเซซะดอกแรกเลย....หาว่าเป็นพวกไฮยีนาที่หิวกระหาย ที่ต่างมารุมทึ้งคนดังที่มีพรสวรรค์อย่างเขา  ( มุขนี้แอบฮา..ประชดเก่งมั่กๆ ) 

 

เธอเลยอาสาไปชงชามาให้ดื่ม ...ชงไปก็เกร็งไป กลัวว่าชาจะร้อนเกิน หรือเย็นเกิน.....พอเซ็นเซยกชาขึ้นดื่มและพูดออกมาคำแรกว่า ร้อน ”….. จากนั้นก็ถามเธอว่าเป็นอะไร.........ภาพตัดกลับไปที่มิซากิ....เธอนั่งเบี่ยงตัวหลบพร้อมกับเอามือปิดหน้า  จากนั้นก็ค่อยๆโผล่หน้ามาตอบว่า กลัวถูกชาสาดหน้า !!!

 

ในเรื่องมีมุกปะทะคารมระหว่าง 2 คนแบบ แอบฮาหลายมุก.....แต่ที่ชอบที่สุด โรแมนติคที่สุดคงเป็นตอนที่ นางเอกอกหัก แล้วมานั่งเล่าเรื่องประวัติความรักของเธอให้เซ็นเซฟัง...ตอนแรกเซ็นเซบอก ไม่ฟัง ไม่ต้องเล่า...แต่มิซากิไม่สนใจ เธอเล่าไปเรื่อยๆเพื่อระบายความเศร้า.....เซ็นเซก็ทำเป็นเดินไป เดินมา ชงกาแฟมั่ง เหมือนไม่สนใจ...จนมีเสียงกีต้าร์ของนาเบโทโมะ ดังมาขัดจังหวะ....พอมิซากิจะเล่าต่อ ก็ลืมไปแล้วว่าเล่าไปถึงตรงไหน.....แต่  แต่ แต่ แต่ว่าเซ็นเซของเราเดินมานั่งแล้วบอกได้ถูกว่าเธอเล่าค้างไว้ตอนไหน  !!!   (แอบกรี๊ด....เหมือนไม่ฟัง แต่ฟัง...เหมือนไม่สนใจ แต่สนใจ  >_<)

 

เรื่องนี้ สมกับเชื่อเรื่องจริงๆ  Love Story .....เนื้อเรื่องหวาน  แต่ไม่เลี่ยน  ดูได้สบายๆ  ยิ่งใครชอบอ่านการ์ตูนผู้หญิงมาก่อน น่าจะชอบแนวๆนี้....พระเอกออกแนวโหดนิดๆ นางเอกซื่อๆ.....ยิ่งพระเอกเรื่องนี้หุ่นยิ่งเหมือนตัวการ์ตูนในหนังสือการ์ตูนของไซโต จิโฮ...ที่พระเอกหน้าตานิ่งๆ เฉยๆ แขน ขา ยาวมากๆ.....ดูแล้วเคลิ้ม 

(แต่หน้าตาไม่เกี่ยวนะ).... 5555++++   

Unfair – อยุติธรรม

posted on 16 Mar 2009 09:39 by bambuta

 

 

...บางช่วงบางเวลา เคยนึกกันเล่นๆบ้างไหมว่า  กรณีที่คนๆหนึ่ง  

A. ทำดีมาตลอด ทำดีมาทั้งชีวิต...แต่อยู่ๆเขาเกิดทำชั่ว (บางทีไม่ต้องถึงขนาดทำชั่ว แค่พลาดทำไม่ดี) เข้าสักครั้ง..........ได้รับการตำหนิ การประณาม ว่าเขาไม่ดี เขาเลว 

B. เคยทำเรื่องเลวๆมาก่อน แต่พอทำดีเข้าสักครั้ง...กลับได้รับคำชม จนเหมือนกลายเป็นคนดีไปซะงั้น   

ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดยุติธรรม ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ความอยุติธรรมต่อความอยุติธรรม  

นี่คือไตเติ้ลในแต่ละตอนของซีรีส์เรื่อง Unfair  

ยูกิฮิระ นัตสึมิ (ชิโนะฮาระ เรียวโกะ) ตำรวจสาวมือหนึ่งของฝ่ายสืบสวน มีวิธีการทำงานที่ฮาร์ดคอมากๆ เมื่อเกิดเหตุการณ์จับตัวประกันคราใด...เมื่อสถานการณ์บีบเข้ามาให้ต้องตัดสินใจ...และเมื่อนั้น เธอจะใช้วิธีการของเธอ ยิงเป็นยิง  ไม่มีพลาดเป้า !!!....

ด้วยเหตุนี้ ทำให้หลังเหตุการณ์ทุกครั้ง เธอจะต้องคอยตอบคำถามกับนักข่าว ว่า เธอไม่เสียใจ และถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก เธอก็จะไม่ลังเลที่จะยิง .... จากคำตอบของเธอ เมื่อแพร่ภาพออกสื่อต่างๆไป สร้างความไม่พอใจให้กับประชาชน หาว่าเธอไม่มีมนุษยธรรม ละเมิดสิทธิของคนที่ถูกเธอยิง ... 

ทางหน่วยงานได้ส่ง อันโดะ (นากายามะ เอตะ... สุดหล่อ >o<) ให้มาทำงานเป็นคู่หูกับเธอ...คดีแรกที่ทั้งสองทำงานร่วมกันคือ คดีฆาตกรรมต่อเนื่อง ทุกครั้งที่ฆาตกรลงมือ จะทิ้งที่คั่นหนังสือมี ข้อความว่า ใครกันแน่ที่อยุติธรรม ไว้เป็นร่องรอยให้ตำรวจ ….. อยากบอกว่าแค่คดีแรก ก็สร้างความปวดใจเล็กๆให้นางเอกแล้ว  (ไอ้เราซึ่งเป็นคนดูก็ปวดใจแทนนางเอก....ได้แต่บอกว่าอะไรกันว๊า T-T ) ...

จะไม่ขอเล่ารายละเอียดในส่วนเนื้อเรื่อง เผื่อว่ามีใครอยากดูเรื่องนี้ขึ้นมา จะได้ดูสนุกยิ่งขึ้น 

ในขณะที่กำลังจะปิดคดีแรก  ก็มีคดีที่สองแทรกขึ้นมาทันทีโดยที่คดีนี้พุ่งเป้ามาเล่นงานนางเอกโดยตรง เพราะคนร้ายลักพาตัวลูกสาวของนางเอกไปพร้อมกับพี่เลี้ยงที่สามีเก่าของนางเอกจ้างมาดูแลลูก....คดีนี้เริ่มมีความซับซ้อนมายิ่งขึ้น ทำให้ตัวละครหลายๆตัว เข้าข่ายผู้ต้องสงสัยไปซะทั้งนั้น และตัวละครที่อยู่ในกลุ่มผู้ต้องสงสัย ตัวหนังไม่ได้ทิ้งเลยสักคน ยังสามารถเอามาโยงไปสู่คดีอื่นๆได้โดยที่คดีลักพาตัวนี้ คนร้ายได้ขู่ว่าจะฆ่าลูกสาวของนางเอก จะช่วยชีวิตได้ก็ให้ประชาชน โอนเงินคนละ 10 เยน เข้าบัญชีของนางเอกจนครบจำนวนหนึ่ง  ซึ่งสถานการณ์นี้ลำบากมาก เพราะประชาชนกำลังไม่พอใจนางเอกที่มักวิสามัญฯผู้ร้าย และเป็นการสร้างความสงสัยในตัวนางเอกด้วยว่า หรือคดีนี้จะเป็นการร่วมมือกันระหว่างนางเอก สามีเก่า พี่เลี้ยงลูก จับตัวลูกสาวเพื่อหวังเงินก้อนโต.... 

หลังจากคดีที่สองจบลง ก็มีการทิ้งร่องรอยบางอย่างโยงไปสู่คดีต่อไป....ซึ่งจะสังเกตว่าทุกคดีเหมือนมีคนบงการอยู่เบื้องหลัง โดยเป้าหมายที่คนบงการต้องการ อยู่ที่ตัวของนางเอก  เมื่อสืบไปเรื่อยๆ นางเอกจะยิ่งโดดเดี่ยว คนรอบข้าง รอบตัว  แม้กระทั่งสามีเก่าผู้เป็นพ่อของลูกสาวของเธอ ซึ่งเธอเชื่อว่าจะไว้ใจได้มากที่สุด ยังเข้าข่ายผู้ต้องสงสัยที่เป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลัง  

จนวันหนึ่ง หญิงแกร่งอย่างเธอถึงกับต้องกอดตัวเอง และร้องไห้ออกมา .... เธอไม่มีใครแล้วจริงๆอันโดะ ซึ่งเป็นคู่หูของเธอแอบมองอยู่ด้านหลัง จึงเดินเข้ามาหาและบอกให้เธอเชื่อในตัวเขาสักคน จากนั้นอันโดะได้ขอกอดเธอ (ประมาณว่า ไหล่พี่...มีไว้ซบ  --- แต่ตรู ..คนดูจะขอซบบ้างได้ไหม  กร๊าก !!! )....นับแต่นั้น อันโดะ เริ่มอยู่ในสายตาของเธอ 

เมื่อปิดคดีต่างๆที่เป้าหมายอยู่ที่นางเอกได้แล้ว ( แทบเสียน้ำตาเลย T-T ).....ดูเหมือนว่าจะลงเอยด้วยดีนางเอกกับต้องเจอร่องรอยบางอย่าง ที่นำไปสู่คดีถัดไป 

คราวนี้นางเอกถูกย้ายจากฝ่ายสืบสวนไปอยู่ฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ....ต้องเจอกับคดีที่ใหญ่ขึ้น นั่นคือเมื่อจู่ๆ อดีตนายตำรวจฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ ต้องตายไปทีละคน ซึ่งลักษณะการตายเหมือนฆ่าตัวตาย แต่แล้วกลับชันสูตรได้ว่าถูกฆาตกรรม 

คนบงการจากที่พุ่งเป้ามาเล่นงานนางเอก คราวนี้กลับใช้นางเอกเป็นเครื่องมือ แถมคดีนี้ยังโยงกลับไปถึงสาเหตุการตายของพ่อนางเอก อันเป็นเหตุผลที่นางเอกต้องการเข้ามาอยู่ฝ่ายสืบสวนเพื่อสืบหาคนฆ่าพ่อของเธอ

 ยิ่งสืบยิ่งเจอกับความเน่าโคตรของวงการตำรวจ...ไม่ว่าจะเป็นการยักยอก ปกปิด ตัดตอน  หักหลัง ...โอ๊ะ!!!....ที่กล่าวมา หมายถึงซีรีส์ญี่ปุ่นนะ  ไม่ได้สื่อความหมายถึงวงการตำรวจของไทย :D 

ในตอนท้ายของเรื่อง Unfair ก็ไม่ได้จบแบบว่าเว่อร์เป็นซุปเปอร์ฮีโร่ ขาเจ๋ง ข้ารอด บุกลุยผู้ร้ายตายเรียบแต่เป็นการจบเรื่องในแบบที่ไซกิ ฝ่ายความมั่นคงของชาติพูดไว้…..“ เปิดให้ดี.....จบให้สวย  

ซีรีส์เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สนุกมาก  .... มากแบบมากสุดๆเลย  ได้อ่านความคิดเห็นตามเวปหลายๆคนแนะนำเรื่องนี้มาตั้งนาน เพิ่งได้มีโอกาสหยิบมาดู ทั้งที่ได้แผ่นมาตั้งนานนนนนนนน แล้ว...พอเปิดปุ๊บ ต้องดูแบบต่อเนื่อง...สนุกจนหยุดไม่ได้ 

เรียวโกะ เรื่องนี้เท่มาก ....อันโดะ คู่หูนางเอกน่ารักสุดๆ ยิ่งตอนไปถูห้องให้นางเอก โอ้ว !!!...ใครดูแล้วไม่รัก ให้ตื้บเลยเอ้า.... (แอบนอกใจชิคุงนี้ดดดดด) ....เอตะเรื่องนี้น่ารักมากๆ.... ฮ่าๆๆๆๆ......ลูกสาวของนางเอกก็น่ารัก ...เง้อ !! สรุปว่าเรื่องนี้อะไรๆก็ดีไปหมดเลย  

^ O^ 

ปล.หาข้อมูลเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ  ได้รู้เพิ่มเติมมาว่า

- Producer เรื่องนี้ เป็นคนเดียวกับเรื่อง Flower shop Without Roses

- ชิโนะฮาระ เรียวโกะ ที่แสดงเป็นนางเอก ปัจจุบันได้แต่งงานกับคนที่แสดงเป็นพ่อพระเอกในเรื่อง My Boss My hero    O_o’

- เอตะ.....มีน้องชายที่เข้าวงการด้วยน๊า  แต่น้องชายหล่อน้อยกว่าเอตะอ่า....โดยเรื่องที่น้องชายแสดงคือ Puzzle

 

.....ห่างหายจากการดูซีรีส์สุดโปรดไปครึ่งปี  เพราะทั้งบ้านติดภารกิจกู้ชาติ  ติด ASTVงอมแงม พอได้พักบ้างช่วงอาทิตย์กว่าๆมานี้  คิดว่าจะได้พักอารมณ์แปรปรวน สุข เศร้า โกรธ โมโหที่ติดๆกันมาหลายเดือน กลับต้องมาเจอข่าวแย่ๆการผสมพันธุ์ข้ามสปีชีส์อีก....!!!!!....ทางเดียวที่จะหายเครียดได้คือ ดูซีรีส์....และอาการนี้ก็เป็นพร้อมกันทั้งบ้านเช่นกัน เพราะคนนู้นก็มาหยิบเรื่องนี้ไปดู คนนี้ก็มาหาเรื่องนั้นไปดู....ไอ้เรารึ ก็ไปเล็งๆไว้ คว้ามาได้ 1 เรื่อง.....หยิบแผ่น 1 ใส่เข้าครื่องแล้วกด PLAY......

.....เปิดเรื่องมา เป็นภาพชายหัวฟู ในมือถือกุหลาบแดง 1 ดอก วิ่งอย่างร้อนรน.....ภาพตัดไปที่หญิงสาวนอนอยู่บนเตียงโรงพยาบาล ....ภาพตัดสลับไปมาระหว่างชายหัวฟูและหญิงสาว.....จากนั้นภาพค่อยให้เห็นรายละเอียดว่ามีพยาบาลอุ้มเด็กทารกอยู่ข้างๆเตียง......ภาพยังคงตัดสลับไปมา….จนสุดท้ายชายหนุ่มวิ่งมาถึงจุดหมายปลายทาง เอามือเลื่อนเปิดประตูห้อง....พยาบาลอุ้มเด็กเข้ามาหาเขาและบอกว่าเขาได้ลูกสาว...ส่วนแม่ของเด็ก เสียใจด้วยค่ะ.....เขากำมือหักดอกกุหลาบสีแดงที่ถือมา และปล่อยมันให้ร่วงหล่นลงพื้น 

.....ภาพตัดไปที่ชายหนุ่มเอากรรไกรตัดผมฟูๆของเขาให้สั้นลง ให้เหมาะกับบทบาทใหม่ของชีวิตคือ คุณพ่อของเด็กสาวตัวน้อย....ภาพเขาตั้งใจทำงานต่างๆ กับภาพที่เขาใช้เวลาเลี้ยงดูลูก ยังคงตัดสลับกันไปมาอย่างเท่ากัน  เพื่อให้คนดูรับรู้ว่าชีวิตเขาใช้เวลาทั้ง 2 ส่วนอย่างพอดี..เวลาผ่านไปเรื่อยๆแต่ละปี  แต่ละปี โดยเป็นภาพที่เขาอุ้มลูกไปถ่ายรูปสติกเกอร์ ....จนเปลี่ยนเป็นเขาจูงลูกสาวเดินเข้าไปถ่ายรูป....
 

.....และในเช้าวันฝนพรำ  เมื่อเขาเปิดประตูร้านดอกไม้ของเขา  เขาพบหญิงสาวมาหลบฝนตรงหน้าร้าน เขาเอ่ยปากให้ยืมร่ม  แต่หญิงสาวปฎิเสธ....ขณะนั้นเองเขาเห็นไม้เท้าสำหรับคนตาบอดอยู่ในมือหญิงสาว  เขาจึงเอ่ยชวนให้เธอมานั่งหลบฝนในร้าน....เธอยังคงปฎิเสธ  เขาจึงกล่าวว่า
ถ้าใครคนอื่นที่ไม่ใช่คุณมายืนหลบฝน ผมก็คงทำเช่นนี้เหมือนกัน ....เธอจึงตอบรับที่จะเข้าไปหลบฝนในร้าน เพราะเห็นว่าเขาใจดีกับทุกคน ไม่ใช่เพราะความสงสารเธอ.....หลังจากวันนั้น ชีวิตเขาก็เปลี่ยนไปจากเดิม ...ชีวิตที่ไม่ได้มีแต่เขาและลูกสาว..... 


.....ซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่องนี้ มีชื่อว่า
Flowershop without a rose .........หรือ Bara no nai Hanaya  ....นำแสดงโดย Katori Shingo  (เจ้าจ๋อโกคู จากเรื่อง ไซยูกิ )  และ Takeuchi Yuko (นักเตะสาวขาคู่ จาก สูตรรักข้าวห่อไข่ )

....ตอนแรกที่เริ่มดูเรื่องนี้ยังคงติดภาพทะเล้นๆของเจ้าจ๋อโกคูอยู่เลย แต่ดูไปเรื่อยๆ ...เออ.... เอาตา
Shingo มาเล่นเรื่องนี้เหมาะมากๆ  ทั้งหน้าตา และรอยยิ้ม ดูใสซื่อสุดๆ  (บทดราม่า Shingo ตีแตกกระจุยยยย....เคน ธีรเดช ก็เคน ธีรเดชเถอะ ...ดู Shingoเรื่องนี้ ต้องยกน้ำชามาคารวะเลย )

....ส่วนนางเอก
Yuko ....สวยโฮก.........สวยสุดๆ.....เรื่อง Pride ว่าสวยแล้ว    Flowershop เอาไป 10 เท่าเลย......
 

.....เรื่องนี้มีฉากโรแมนติกหลายฉากมากๆ  แต่ที่ชอบที่สุดคงเป็นตอนที่นางเอกอยู่ในเมือง และโทร.ตามให้พระเอกไปหาเธอให้เจอโดยไม่บอกว่าเธออยู่ตรงไหน 

....ซึ่งเธอบอกกับพระเอกว่า " เธอเชื่อ...ว่าพระเอกต้องหาเธอพบ เธอจะกลับรถไฟเที่ยวสุดท้าย 

....พระเอกนั่งรถไฟไป และ เดินๆๆๆ หาเธอทั่วเมือง ...(มีบ้างที่เดินเฉียดกันนิดเดียว โดยมีคนอื่นๆมาบังนางเอกไว้...อารมณ์เดียวกะหนังเกาหลีเลย)....นางเอกไปนั่งรอที่ม้านั่ง สวนสาธารณะ เอาดอกไม้มาเด็ดกลีบทีละกลีบ และโปรยทิ้งไป ( อ๊ะ อ๊ะ....คิดว่าพระเอกเดินตามกลีบดอกไม้มาเจอนางเอกล่ะสิ...คิดเหมือนเราตอนแรกเลย)

....แต่จนเวลาหมดวัน ทั้งคู่ก็ไม่เจอกัน...พระเอกเดินมาที่สถานีรถไฟในเวลาใกล้รถไฟเที่ยวสุดท้าย และหันไปเห็นนางเอกยืนอยู่ที่สถานี  เขาเดินเข้าไปหาเธอ....นางเอกรู้ว่าเป็นเขามายืนใกล้ๆและบอกเขาว่า

....“รู้ไหม ว่าทำไมเจ้าชายถึงเจอกับเจ้าหญิง...เพราะว่าเจ้าหญิงไปอยู่ในที่ที่รู้ว่าเจ้าชายต้องมา...เจ้าหญิงต้องโกงแบบนี้ล่ะ

....แต่พระเอกกลับบอกว่า....
วันนี้ไม่ใช่ผมไม่เจอคุณ....เพียงแต่ผมคลาดกับคุณไปนิดเดียวเท่านั้น 

...พูดจบภาพจับที่มือพระเอกค่อยๆคลายมือที่กำออก และมีกลีบดอกไม้สีขาวที่นางเอกโปรยทิ้งไว้อยู่ในมือ...(...โอ้.........แม่เจ้า.....ทำเอาคนดูใจละลายคาทีวีแล้ว   )
  

.....แต่เรื่องนี้ไม่ได้หวานเลี่ยนแบบความรักหนุ่มสาวอย่าเดียวนะ  กว่า 70
– 80 % จะเป็นความสัมพันธ์ของพ่อ ลูกมากกว่า....ไม่ว่าจะเป็นพ่อเลี้ยง พ่อจริงที่รักลูกมาก พ่อทิ้งลูกแล้วกลับตัว พ่อที่รักตัวเองมากกว่าลูก ....แต่โดยสรุป คงเหมือนกับประโยคที่พระเอกพูดไว้  

แม้ว่าเราจะคนละสายเลือดเดียวกัน...แต่เราสามารถใช้ชีวิตร่วมกันและเป็นครอบครัวเดียวกันได้ "


.... 11 ตอน..กับความอิ่มเอม ...กับความซาบซึ้ง
กับรอยยิ้ม...กับหยดน้ำตา.... 
.... 6 เดือน...กับความหม่นมัว  ความเครียดสะสม.......ได้มารีเฟรชอารมณ์ใหม่กับซีรีส์เรื่องนี้...คงเป็นคล้ายๆความหมายในเพลง รัก ของพี่ปุ๊ อัญชลี....แต่เป็น รัก ที่เกิดกับซีรีส์ดีๆเรื่องหนึ่ง  

"...เหมือนฝนตกตอนหน้าแล้ง

เหมือนเห็นสายรุ้งขึ้นกลางแจ้ง
เหมือนลมหนาวเดือนเมษา
เหมือนว่าใจอ่อนล้ากลับแข็งแกร่ง …"

~…โอฮานายะซัง
…~
 

edit @ 16 Mar 2009 09:32:58 by แบมบุตะ

edit @ 16 Mar 2009 09:37:51 by แบมบุตะ